ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายจัดซื้อที่ต้องเทียบใบเสนอราคา ช่างที่ต้องประเมินว่าเครนยกไหวไหม หรือเจ้าของโรงงานที่ต้องคิดต้นทุนชิ้นงาน คำถามที่เจอแทบทุกวันคือ “เหล็กชิ้นนี้หนักกี่กิโล?” เพราะเหล็กในไทยซื้อขายกันเป็นกิโลกรัม ค่าขนส่งคิดตามน้ำหนัก และเครื่องจักรทุกตัวมีพิกัดรับน้ำหนักจำกัด
บทความนี้รวม ตารางน้ำหนักเหล็ก ที่ใช้บ่อยที่สุดไว้ในหน้าเดียว ทั้งเหล็กเส้น เหล็กเพลากลม เหล็กสี่เหลี่ยมตัน เหล็กแบน เหล็กหกเหลี่ยม เหล็กแผ่น ท่อกลม และท่อเหลี่ยม พร้อม สูตรคำนวณน้ำหนักเหล็ก ที่ใช้คิดเองได้ทุกขนาด ตัวคูณสำหรับสแตนเลส อะลูมิเนียม และทองเหลือง รวมถึงตัวอย่างการคำนวณจากงานจริง แนะนำให้กดบุ๊กมาร์กหน้านี้ไว้ เพราะคุณจะได้กลับมาเปิดใช้อีกหลายครั้งแน่นอน
หลักการคำนวณน้ำหนักเหล็ก: ปริมาตร × ความหนาแน่น
ทุกสูตรในบทความนี้มาจากหลักการเดียวกัน คือ น้ำหนัก = ปริมาตร × ความหนาแน่น โดยเหล็กกล้าคาร์บอนทั่วไป เช่น SS400 หรือ S45C มีความหนาแน่นประมาณ 7.85 กรัมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร หรือ 7,850 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
เมื่อแปลงหน่วยให้ใช้งานง่าย หากวัดพื้นที่หน้าตัดเป็น ตารางมิลลิเมตร และความยาวเป็น เมตร จะได้ว่า เหล็กหน้าตัด 1 ตร.มม. ยาว 1 เมตร หนัก 0.00785 กก. ตัวเลข 0.00785 นี้จึงเป็นค่าคงที่ที่อยู่เบื้องหลังสูตรทั้งหมด ส่วนตัวเลขอื่น เช่น 0.00617 ของเหล็กกลม ก็คือ 0.00785 × π/4 นั่นเอง
สรุปขั้นตอนง่าย ๆ คือ
- หาพื้นที่หน้าตัดของเหล็ก (ตร.มม.)
- คูณด้วย 0.00785 จะได้น้ำหนักต่อเมตร (กก./ม.)
- คูณด้วยความยาว (ม.) และจำนวนชิ้น จะได้น้ำหนักรวม
สรุปสูตรคำนวณน้ำหนักเหล็กทุกรูปทรง
ตารางด้านล่างคือสูตรลัดที่ช่างและฝ่ายจัดซื้อใช้กันจริง ใส่ขนาดเป็นมิลลิเมตร ผลลัพธ์ออกมาเป็นกิโลกรัมต่อเมตร
| รูปทรง | สูตร (กก./ม.) | ตัวแปร (หน่วย มม.) |
|---|---|---|
| เหล็กเพลากลม / เหล็กเส้นกลม | 0.00617 × D² | D = เส้นผ่านศูนย์กลาง |
| เหล็กสี่เหลี่ยมตัน | 0.00785 × A² | A = ความกว้างด้าน |
| เหล็กแบน | 0.00785 × W × T | W = กว้าง, T = หนา |
| เหล็กหกเหลี่ยม | 0.0068 × S² | S = ขนาดข้ามแบน |
| ท่อกลม | 0.02466 × T × (OD − T) | OD = เส้นผ่านศูนย์กลางนอก, T = หนา |
| ท่อเหลี่ยม / กล่อง | 0.0157 × T × (A + B − 2T) | A, B = ด้านกว้าง/ยาว, T = หนา |
| เหล็กแผ่น | 7.85 × T (กก./ตร.ม.) | T = ความหนา |
หมายเหตุ: สูตรท่อเหลี่ยมคิดแบบมุมฉากไม่มีรัศมีโค้ง ท่อเหลี่ยมจริงที่มีมุมโค้งจะเบากว่าค่าคำนวณเล็กน้อย (โดยทั่วไปไม่เกินไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ขึ้นกับความหนา)
ตารางน้ำหนักเหล็กเส้น (RB / DB) สำหรับงานก่อสร้าง
เหล็กเส้นกลม (RB) ผลิตตาม มอก. 20-2559 และเหล็กข้ออ้อย (DB) ผลิตตาม มอก. 24-2559 น้ำหนักต่อเมตรคิดจากเส้นผ่านศูนย์กลางระบุ (Nominal) ความยาวมาตรฐานในตลาดคือ 10 เมตร และมีแบบ 12 เมตรสำหรับบางขนาด
| ชื่อเรียก | เส้นผ่านศูนย์กลาง (มม.) | น้ำหนัก (กก./ม.) | น้ำหนักต่อเส้น 10 ม. (กก.) | น้ำหนักต่อเส้น 12 ม. (กก.) |
|---|---|---|---|---|
| RB6 | 6 | 0.222 | 2.22 | 2.66 |
| RB9 | 9 | 0.499 | 4.99 | 5.99 |
| DB10 | 10 | 0.617 | 6.17 | 7.40 |
| DB12 | 12 | 0.888 | 8.88 | 10.65 |
| DB16 | 16 | 1.578 | 15.78 | 18.94 |
| DB20 | 20 | 2.466 | 24.66 | 29.59 |
| DB25 | 25 | 3.853 | 38.53 | 46.24 |
| DB28 | 28 | 4.834 | 48.34 | 58.00 |
| DB32 | 32 | 6.313 | 63.13 | 75.76 |
ข้อควรรู้: มาตรฐาน มอก. อนุญาตให้น้ำหนักจริงคลาดเคลื่อนจากค่าระบุได้ในช่วงที่กำหนด หากชั่งแล้วน้ำหนักต่ำกว่าตารางมาก อาจเป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน (ที่ตลาดเรียกว่า “เหล็กเบา”) ควรตรวจสอบตรา มอก. และใบรับรองจากผู้ผลิตทุกครั้ง โดยเฉพาะงานโครงสร้าง
ตารางน้ำหนักเหล็กเพลากลม (Round Bar)
เหล็กเพลากลมเป็นวัตถุดิบหลักของงานกลึง งานแม่พิมพ์ และงานชิ้นส่วนเครื่องจักร พบบ่อยในเกรด S45C, SCM440, SS400 และ SUS304 ตารางนี้คำนวณที่ความหนาแน่น 7.85 ก./ซม.³ และความยาวเส้นละ 6 เมตร
| Ø (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. | Ø (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|---|---|---|
| 10 | 0.617 | 3.70 | 65 | 26.049 | 156.29 |
| 12 | 0.888 | 5.33 | 70 | 30.210 | 181.26 |
| 16 | 1.578 | 9.47 | 75 | 34.680 | 208.08 |
| 19 | 2.226 | 13.35 | 80 | 39.458 | 236.75 |
| 20 | 2.466 | 14.80 | 90 | 49.940 | 299.64 |
| 22 | 2.984 | 17.90 | 100 | 61.654 | 369.92 |
| 25 | 3.853 | 23.12 | 110 | 74.601 | 447.61 |
| 28 | 4.834 | 29.00 | 120 | 88.781 | 532.69 |
| 30 | 5.549 | 33.29 | 130 | 104.195 | 625.17 |
| 32 | 6.313 | 37.88 | 140 | 120.841 | 725.05 |
| 35 | 7.553 | 45.32 | 150 | 138.721 | 832.33 |
| 38 | 8.903 | 53.42 | 160 | 157.834 | 947.00 |
| 40 | 9.865 | 59.19 | 180 | 199.758 | 1,198.55 |
| 45 | 12.485 | 74.91 | 200 | 246.615 | 1,479.69 |
| 50 | 15.413 | 92.48 | 220 | 298.404 | 1,790.43 |
| 55 | 18.650 | 111.90 | 250 | 385.336 | 2,312.02 |
| 60 | 22.195 | 133.17 | 300 | 554.884 | 3,329.30 |
เคล็ดลับจำง่าย: ถ้าไม่มีตารางอยู่ใกล้มือ ให้ใช้สูตร D² ÷ 162 ก็ได้ค่าใกล้เคียงมาก เช่น เพลา Ø50 → 2,500 ÷ 162 ≈ 15.4 กก./ม.
ตารางน้ำหนักเหล็กสี่เหลี่ยมตัน (Square Bar)
| ขนาด (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|
| 10×10 | 0.785 | 4.71 |
| 12×12 | 1.130 | 6.78 |
| 16×16 | 2.010 | 12.06 |
| 20×20 | 3.140 | 18.84 |
| 25×25 | 4.906 | 29.44 |
| 30×30 | 7.065 | 42.39 |
| 40×40 | 12.560 | 75.36 |
| 50×50 | 19.625 | 117.75 |
| 60×60 | 28.260 | 169.56 |
| 75×75 | 44.156 | 264.94 |
| 80×80 | 50.240 | 301.44 |
| 100×100 | 78.500 | 471.00 |
| 125×125 | 122.656 | 735.94 |
| 150×150 | 176.625 | 1,059.75 |
ตารางน้ำหนักเหล็กหกเหลี่ยม (Hexagon Bar)
เหล็กหกเหลี่ยมนิยมใช้ผลิตน็อต หัวโบลต์ และข้อต่อ การวัดขนาดให้วัด “ข้ามแบน” (ระยะระหว่างด้านตรงข้ามที่ขนานกัน) ไม่ใช่วัดข้ามมุม
| ขนาดข้ามแบน (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|
| 10 | 0.680 | 4.08 |
| 13 | 1.149 | 6.89 |
| 17 | 1.965 | 11.79 |
| 19 | 2.454 | 14.73 |
| 22 | 3.290 | 19.74 |
| 24 | 3.916 | 23.49 |
| 27 | 4.956 | 29.74 |
| 30 | 6.118 | 36.71 |
| 32 | 6.961 | 41.77 |
| 36 | 8.811 | 52.86 |
| 41 | 11.428 | 68.57 |
| 46 | 14.385 | 86.31 |
| 50 | 16.996 | 101.97 |
ตารางน้ำหนักเหล็กแบน (Flat Bar)
| กว้าง × หนา (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|
| 25×3 | 0.589 | 3.53 |
| 25×6 | 1.177 | 7.06 |
| 38×6 | 1.790 | 10.74 |
| 50×6 | 2.355 | 14.13 |
| 50×9 | 3.532 | 21.20 |
| 50×12 | 4.710 | 28.26 |
| 65×9 | 4.592 | 27.55 |
| 75×9 | 5.299 | 31.79 |
| 75×12 | 7.065 | 42.39 |
| 100×9 | 7.065 | 42.39 |
| 100×12 | 9.420 | 56.52 |
| 100×16 | 12.560 | 75.36 |
| 125×12 | 11.775 | 70.65 |
| 150×12 | 14.130 | 84.78 |
| 150×20 | 23.550 | 141.30 |
| 200×20 | 31.400 | 188.40 |
ตารางน้ำหนักเหล็กแผ่น (Steel Plate)
เหล็กแผ่นนิยมบอกน้ำหนักเป็นกิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งคำนวณง่ายมาก คือ ความหนา (มม.) × 7.85 ตารางนี้คำนวณขนาดแผ่นมาตรฐาน 4×8 ฟุต (1,219 × 2,438 มม.) และ 5×10 ฟุต (1,524 × 3,048 มม.) ให้ด้วย
| ความหนา (มม.) | กก./ตร.ม. | แผ่น 4×8 ฟุต (กก.) | แผ่น 5×10 ฟุต (กก.) |
|---|---|---|---|
| 1.2 | 9.42 | 28.0 | 43.8 |
| 1.6 | 12.56 | 37.3 | 58.3 |
| 2.0 | 15.70 | 46.7 | 72.9 |
| 2.3 | 18.05 | 53.7 | 83.9 |
| 3.0 | 23.55 | 70.0 | 109.4 |
| 4.5 | 35.32 | 105.0 | 164.1 |
| 6.0 | 47.10 | 140.0 | 218.8 |
| 9.0 | 70.65 | 210.0 | 328.2 |
| 12.0 | 94.20 | 280.0 | 437.6 |
| 16.0 | 125.60 | 373.3 | 583.4 |
| 20.0 | 157.00 | 466.6 | 729.3 |
| 25.0 | 196.25 | 583.2 | 911.6 |
| 32.0 | 251.20 | 746.5 | 1,166.9 |
| 40.0 | 314.00 | 933.2 | 1,458.6 |
| 50.0 | 392.50 | 1,166.5 | 1,823.2 |
ตารางน้ำหนักท่อเหล็กกลม (Steel Pipe)
ขนาด OD อ้างอิงขนาดท่อที่ใช้กันทั่วไปในไทย (เช่น ท่อตามมาตรฐาน JIS G3444) ความหนาในตารางเป็นตัวอย่างที่พบบ่อย ท่อแต่ละยี่ห้อและแต่ละ Class อาจมีความหนาต่างกัน หากความหนาไม่ตรงตาราง ให้ใช้สูตร 0.02466 × T × (OD − T) คำนวณเองได้ทันที
| ขนาดเรียก | OD (มม.) | หนา (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|---|---|
| 1/2″ | 21.7 | 2.0 | 0.972 | 5.83 |
| 3/4″ | 27.2 | 2.0 | 1.243 | 7.46 |
| 1″ | 34.0 | 2.3 | 1.798 | 10.79 |
| 1 1/4″ | 42.7 | 2.3 | 2.292 | 13.75 |
| 1 1/2″ | 48.6 | 2.3 | 2.626 | 15.76 |
| 2″ | 60.5 | 2.3 | 3.301 | 19.81 |
| 2″ | 60.5 | 3.2 | 4.522 | 27.13 |
| 2 1/2″ | 76.3 | 3.2 | 5.769 | 34.61 |
| 3″ | 89.1 | 3.2 | 6.779 | 40.67 |
| 3 1/2″ | 101.6 | 3.2 | 7.765 | 46.59 |
| 4″ | 114.3 | 3.2 | 8.768 | 52.61 |
| 4″ | 114.3 | 4.5 | 12.185 | 73.11 |
| 5″ | 139.8 | 4.5 | 15.015 | 90.09 |
| 6″ | 165.2 | 5.0 | 19.754 | 118.52 |
| 8″ | 216.3 | 5.8 | 30.109 | 180.66 |
ตารางน้ำหนักเหล็กกล่อง / ท่อเหลี่ยม (Square & Rectangular Tube)
| ขนาด (มม.) | หนา (มม.) | กก./ม. | กก./เส้น 6 ม. |
|---|---|---|---|
| 25×25 | 1.6 | 1.176 | 7.05 |
| 25×25 | 2.3 | 1.639 | 9.84 |
| 38×38 | 1.6 | 1.829 | 10.97 |
| 38×38 | 2.3 | 2.578 | 15.47 |
| 50×50 | 2.3 | 3.445 | 20.67 |
| 50×50 | 3.2 | 4.702 | 28.21 |
| 75×75 | 2.3 | 5.250 | 31.50 |
| 75×75 | 3.2 | 7.214 | 43.29 |
| 100×100 | 3.2 | 9.726 | 58.36 |
| 100×100 | 4.5 | 13.494 | 80.96 |
| 50×25 | 2.3 | 2.542 | 15.25 |
| 75×38 | 2.3 | 3.914 | 23.49 |
| 75×45 | 3.2 | 5.707 | 34.24 |
| 100×50 | 2.3 | 5.250 | 31.50 |
| 100×50 | 3.2 | 7.214 | 43.29 |
| 150×50 | 3.2 | 9.726 | 58.36 |
ค่าในตารางคิดแบบมุมฉาก ท่อเหลี่ยมจริงจะเบากว่าเล็กน้อยเพราะมีรัศมีมุม สำหรับงานประเมินราคาและงานขนส่ง ค่านี้ถือว่าเผื่อปลอดภัยแล้ว
ตัวคูณน้ำหนักสำหรับโลหะอื่น (สแตนเลส อะลูมิเนียม ทองเหลือง)
ถ้าวัสดุไม่ใช่เหล็กกล้าคาร์บอน ไม่ต้องหาตารางใหม่ เพียงนำน้ำหนักจากตารางเหล็กด้านบนไป คูณด้วยตัวคูณ ในตารางนี้ เช่น เพลา สแตนเลส 304 Ø50 หนัก 15.41 × 1.010 ≈ 15.57 กก./ม. หรือเพลา อะลูมิเนียม 6061 Ø50 หนัก 15.41 × 0.344 ≈ 5.30 กก./ม.
| วัสดุ | ความหนาแน่น (ก./ซม.³) | ตัวคูณเทียบกับเหล็ก |
|---|---|---|
| เหล็กกล้าคาร์บอน (SS400, S45C) | 7.85 | 1.000 |
| เหล็กเครื่องมือ (SKD11, SKD61) | 7.70 | 0.981 |
| สแตนเลส 304 / 316 | 7.93 | 1.010 |
| สแตนเลส 430 | 7.70 | 0.981 |
| เหล็กหล่อเทา | 7.20 | 0.917 |
| ทองเหลือง | 8.50 | 1.083 |
| ทองแดง | 8.96 | 1.141 |
| อะลูมิเนียม 6061 / 5052 | 2.70 | 0.344 |
| อะลูมิเนียม 7075 | 2.81 | 0.358 |
| ไทเทเนียม Ti-6Al-4V | 4.43 | 0.564 |
ค่าความหนาแน่นเป็นค่าโดยประมาณ แต่ละเกรดและผู้ผลิตอาจต่างกันเล็กน้อย อ่านเพิ่มเรื่องความต่างของวัสดุแต่ละกลุ่มได้ที่บทความ Carbon Steel vs Alloy Steel vs Stainless Steel และ มาตรฐานเหล็ก JIS / DIN / ASTM / AISI
ตัวอย่างการคำนวณน้ำหนักเหล็กจากงานจริง
ตัวอย่างที่ 1: ตัดเพลา SS400 Ø100 มม. ยาวชิ้นละ 150 มม. จำนวน 200 ชิ้น
- น้ำหนักต่อเมตร = 0.00617 × 100² ≈ 61.65 กก./ม.
- น้ำหนักต่อชิ้น = 61.65 × 0.15 ≈ 9.25 กก.
- น้ำหนักรวม 200 ชิ้น ≈ 1,850 กก. (ยังไม่รวมเศษจากรอยตัดและหัวท้ายเส้น)
ถ้าซื้อเพลายาว 6 เมตร หนึ่งเส้นหนักประมาณ 370 กก. ซึ่งเกินกว่าที่คนสองคนจะยกขึ้นเครื่องได้อย่างปลอดภัย ต้องใช้เครนหรือรอก และต้องมั่นใจว่าโต๊ะป้อนงานของเครื่องเลื่อยรับน้ำหนักได้
ตัวอย่างที่ 2: ท่อเหล็ก 2 นิ้ว (OD 60.5 มม.) หนา 3.2 มม. ยาว 6 เมตร
- น้ำหนักต่อเมตร = 0.02466 × 3.2 × (60.5 − 3.2) ≈ 4.52 กก./ม.
- น้ำหนักต่อเส้น ≈ 27.13 กก.
ตัวอย่างที่ 3: เหล็กแผ่นหนา 12 มม. ขนาด 4×8 ฟุต
- น้ำหนักต่อตร.ม. = 7.85 × 12 = 94.2 กก./ตร.ม.
- พื้นที่แผ่น ≈ 1.219 × 2.438 ≈ 2.97 ตร.ม.
- น้ำหนักต่อแผ่น ≈ 280.0 กก.
ทำไมน้ำหนักจริงไม่ตรงกับตาราง? 5 ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ขนาดระบุ ไม่ใช่ขนาดจริง — เหล็กดำรีดร้อนมักมีขนาดจริงเผื่อมากกว่าขนาดระบุ ส่วนเหล็กเบาอาจเล็กกว่า ควรวัดด้วยเวอร์เนียหลายจุดก่อนสรุป
- สับสนหน่วย มม. กับ ซม. หรือ นิ้ว — ข้อผิดพลาดยอดฮิต ใส่ 5 แทน 50 ผลลัพธ์ผิดไป 100 เท่า ท่อที่เรียกเป็นนิ้วต้องแปลงเป็น OD จริงก่อน (เช่น ท่อ 2 นิ้ว OD = 60.5 มม. ไม่ใช่ 50.8 มม.)
- ลืมเปลี่ยนความหนาแน่นตามวัสดุ — คิดอะลูมิเนียมด้วยตารางเหล็กโดยไม่คูณ 0.344 จะได้น้ำหนักเกินจริงเกือบ 3 เท่า
- ไม่เผื่อรัศมีมุมของท่อเหลี่ยม — ทำให้ค่าคำนวณสูงกว่าน้ำหนักชั่งจริงเล็กน้อย
- ไม่เผื่อเศษจากการตัด — ทุกรอยตัดเสียเนื้อเหล็กเท่ากับความกว้างคลองเลื่อย บวกกับหัวท้ายเส้นที่ต้องตัดทิ้ง งานตัดชิ้นสั้นจำนวนมากเศษสะสมได้หลายเปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักวัตถุดิบ
น้ำหนักเหล็กเกี่ยวกับการเลือกเครื่องเลื่อยสายพานอย่างไร?
หลายคนดูแค่ “ตัดได้โตสุดกี่มิลลิเมตร” ตอนเลือกเครื่องตัดเหล็ก แต่ในงานจริง น้ำหนักของชิ้นงาน สำคัญไม่แพ้กัน
- พิกัดโต๊ะและลูกกลิ้งป้อนงาน — เพลา Ø200 ยาว 6 ม. หนักเกือบ 1.5 ตัน โต๊ะป้อนและแท่นรองต้องรับไหวโดยไม่แอ่นตัว ไม่อย่างนั้นชิ้นงานจะเอียงและตัดไม่ตรง
- ระบบจับยึด (Vise) — ชิ้นงานหนักต้องใช้ปากจับแบบไฮดรอลิกที่แรงพอ เพื่อไม่ให้ชิ้นงานขยับระหว่างตัด ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของใบเลื่อยหักและฟันบิ่น
- การตัดแบบมัด (Bundle) — เมื่อตัดเหล็กเส้นหรือท่อทีละหลายเส้น น้ำหนักรวมของมัดสูงมาก อ่านวิธีจัดมัดให้ปลอดภัยได้ที่ เทคนิคตัดงาน Bundle
- ต้นทุนต่อชิ้น — เมื่อรู้น้ำหนักต่อชิ้น จะคำนวณต้นทุนวัตถุดิบ + ค่าตัดได้แม่นยำ ดูวิธีคิดเต็ม ๆ ใน ต้นทุนต่อการตัดจริงของเครื่องเลื่อยสายพาน
ถ้ากำลังเลือกเครื่องสำหรับงานท่อและโปรไฟล์ แนะนำบทความ วิธีเลือกเครื่องเลื่อยสายพานสำหรับตัดท่อและเหล็กรูปพรรณ และ ราคาเครื่องเลื่อยสายพานตัดเหล็ก แต่ละงบได้อะไร
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
เหล็ก 1 ลูกบาศก์เมตร หนักกี่กิโลกรัม?
เหล็กกล้าคาร์บอน 1 ลูกบาศก์เมตรหนักประมาณ 7,850 กิโลกรัม หรือ 7.85 ตัน
เหล็กเส้น DB12 หนึ่งเส้นหนักกี่กิโล?
DB12 หนัก 0.888 กก./ม. ความยาวมาตรฐาน 10 เมตร จึงหนักประมาณ 8.88 กก. ต่อเส้น (ค่าตามมาตรฐาน)
สแตนเลสหนักกว่าเหล็กไหม?
สแตนเลส 304 หนักกว่าเหล็กกล้าคาร์บอนเพียงประมาณ 1% (7.93 เทียบกับ 7.85 ก./ซม.³) จึงใช้ตารางเหล็กแล้วคูณ 1.01 ได้เลย ส่วนสแตนเลสตระกูล 400 อย่าง 430 จะเบากว่าเหล็กเล็กน้อย
สูตร 0.00617 กับ D²/162 ต่างกันไหม?
แทบไม่ต่าง 1/162 = 0.00617 ทั้งสองสูตรให้ผลเท่ากันในทางปฏิบัติ เลือกใช้แบบที่จำง่าย
คำนวณน้ำหนักเหล็กรูปพรรณ เช่น H-Beam ได้อย่างไร?
เหล็กรูปพรรณรีดร้อนมีรัศมีโค้งตรงรอยต่อปีก ควรใช้ค่าน้ำหนักต่อเมตรจากตารางของผู้ผลิตหรือมาตรฐาน มอก. โดยตรง ถ้าต้องประมาณเอง ให้แยกหน้าตัดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า (ปีกบน ปีกล่าง และเอว) แล้วรวมพื้นที่ก่อนคูณ 0.00785
สรุป
การรู้น้ำหนักเหล็กช่วยให้ตั้งราคาได้แม่นขึ้น วางแผนขนส่งและยกย้ายได้ปลอดภัยขึ้น และเลือกเครื่องจักรได้ตรงกับงาน จำไว้แค่หลักเดียวคือ พื้นที่หน้าตัด (ตร.มม.) × 0.00785 = กก./ม. แล้วคูณตัวคูณตามวัสดุ ก็คำนวณได้ทุกรูปทรง
หากกำลังมองหา เครื่องเลื่อยสายพานตัดเหล็ก ที่รองรับชิ้นงานหนักได้จริง หรือ ใบเลื่อยสายพาน Eberle จากเยอรมนีที่เหมาะกับวัสดุของคุณ ทีมงาน CNE Service ยินดีให้คำแนะนำ ช่วยคำนวณขนาดเครื่องและเลือกใบเลื่อยให้ตรงงาน ติดต่อเราได้ผ่านหน้าเว็บไซต์

Pingback: ตารางขนาดท่อเหล็ก นิ้ว เป็น มม. SCH40 SCH80 JIS - เครื่องเลื่อยสายพาน ใบเลื่อยสายพาน Eberle ราคาโรงงาน | CNE Servic
Pingback: เลื่อยสายพานตัดไม้ vs ตัดเหล็ก ต่างกันอย่างไร - เครื่องเลื่อยสายพาน ใบเลื่อยสายพาน Eberle ราคาโร
Pingback: ท่อดำ vs ท่อกัลวาไนซ์ vs ท่อสแตนเลส ต่างกันอย่างไร - เครื่องเลื่อยสายพาน ใบเลื่อยสายพาน Eberle ราคา
Pingback: สนิมเหล็กเกิดจากอะไร? วิธีป้องกันสนิมเหล็กที่ได้ผล - เครื่องเลื่อยสายพาน ใบเลื่อยสายพาน Eberl