ต้นทุนต่อตัดจริงของเครื่องเลื่อยสายพาน คำนวณอย่างไร?
หลายโรงงานรู้แค่ราคาเครื่องเลื่อยสายพานและราคาใบเลื่อย แต่ไม่เคยคำนวณ “ต้นทุนต่อตัด” จริงๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเลือกอุปกรณ์และวิธีการผลิต บทความนี้จะสอนวิธีคำนวณต้นทุนต่อตัดจริงของเครื่องเลื่อยสายพาน พร้อมสูตรและตัวอย่างที่นำไปใช้ได้ทันที
ต้นทุนต่อตัด (Cost Per Cut) คืออะไร?
ต้นทุนต่อตัด คือต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้นในการตัดชิ้นงาน 1 ชิ้น คิดรวมทุกองค์ประกอบ ได้แก่ ค่าใบเลื่อย ค่าไฟ ค่าแรงงาน ค่าน้ำหล่อเย็น และค่าเสื่อมราคาเครื่อง การรู้ต้นทุนต่อตัดที่แท้จริงช่วยให้:
- เปรียบเทียบต้นทุนระหว่างใบเลื่อยต่างยี่ห้อได้อย่างยุติธรรม
- ตัดสินใจว่าควรลงทุนซื้อเครื่องใหม่หรือไม่
- วางแผนราคาขายชิ้นงานได้แม่นยำขึ้น
- หาจุดที่สิ้นเปลืองผิดปกติเพื่อแก้ไข
องค์ประกอบของต้นทุนต่อตัด
1. ต้นทุนใบเลื่อย (Blade Cost)
คำนวณจากราคาใบเลื่อยหารด้วยจำนวนชิ้นงานที่ตัดได้ต่อใบ
ตัวอย่าง: ใบเลื่อย Eberle ราคา 2,500 บาท ตัดได้ 800 ชิ้น → ต้นทุนใบ/ตัด = 3.13 บาท
2. ต้นทุนค่าไฟ (Energy Cost)
คำนวณจากกำลังไฟฟ้าของมอเตอร์ × เวลาตัดต่อชิ้น × ค่าไฟฟ้า
ตัวอย่าง: มอเตอร์ 3 kW, ตัด 3 นาที/ชิ้น, ค่าไฟ 4 บาท/kWh → ต้นทุนไฟ/ตัด = 3 × (3/60) × 4 = 0.60 บาท
3. ต้นทุนค่าแรง (Labor Cost)
คำนวณจากค่าแรงรวมหารด้วยจำนวนชิ้นงานต่อชั่วโมง
ตัวอย่าง: ค่าแรง 350 บาท/ชม., ตัดได้ 20 ชิ้น/ชม. → ต้นทุนแรง/ตัด = 17.50 บาท
4. ต้นทุนน้ำหล่อเย็น (Coolant Cost)
น้ำหล่อเย็นเปลี่ยนทุก 1–3 เดือน คิดต้นทุนต่อชิ้นงานที่ตัดได้ในช่วงนั้น
5. ต้นทุนค่าเสื่อมราคาเครื่อง (Depreciation)
คำนวณจากราคาเครื่องหารด้วยอายุการใช้งาน (ปี) หารด้วยจำนวนชิ้นงานต่อปี
ตัวอย่าง: เครื่องราคา 150,000 บาท อายุ 10 ปี ตัด 50,000 ชิ้น/ปี → ต้นทุนเสื่อม/ตัด = 0.30 บาท
สูตรรวมต้นทุนต่อตัด
ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนต่อตัดแบบสมบูรณ์
สมมติ: โรงงานตัดเหล็กเส้นกลมขนาด 100 มม. วันละ 8 ชั่วโมง
| รายการต้นทุน | ข้อมูลโรงงาน | บาท/ตัด |
|---|---|---|
| ใบเลื่อย Eberle (2,500 บาท, 800 ชิ้น/ใบ) | 2,500 ÷ 800 | 3.13 บาท |
| ค่าไฟ (มอเตอร์ 3 kW, 2 นาที/ชิ้น, 4 บาท/kWh) | 3 × 0.033 × 4 | 0.40 บาท |
| ค่าแรง (350 บาท/ชม., 30 ชิ้น/ชม.) | 350 ÷ 30 | 11.67 บาท |
| น้ำหล่อเย็น (500 บาท/เดือน, 6,000 ชิ้น/เดือน) | 500 ÷ 6,000 | 0.08 บาท |
| ค่าเสื่อมราคา (150,000 บาท, 10 ปี, 72,000 ชิ้น/ปี) | 15,000 ÷ 72,000 | 0.21 บาท |
| ซ่อมบำรุง (10,000 บาท/ปี) | 10,000 ÷ 72,000 | 0.14 บาท |
| รวมต้นทุนต่อตัด | 15.63 บาท |
ต้นทุนค่าแรงคิดเป็น 74.7% ของต้นทุนต่อตัดทั้งหมด! นี่คือเหตุผลที่การเพิ่มผลผลิตต่อชั่วโมงโดยการอัปเกรดเป็น Semi-Auto มักคืนทุนได้เร็วมาก ต้นทุนใบเลื่อยคิดเป็นแค่ 20% ดังนั้นการซื้อใบเลื่อยถูกแต่ตัดได้น้อยชิ้น อาจไม่คุ้มเท่าซื้อใบดีที่ตัดได้มากกว่า
เปรียบเทียบต้นทุนต่อตัด: ใบเลื่อยถูก vs ใบเลื่อยดี
| รายการ | ใบเลื่อยจีน (800 บาท) | ใบเลื่อย Eberle (2,500 บาท) |
|---|---|---|
| ราคาใบเลื่อย | 800 บาท | 2,500 บาท |
| ชิ้นงานต่อใบ | 150 ชิ้น | 800 ชิ้น |
| ต้นทุนใบ/ตัด | 5.33 บาท | 3.13 บาท |
| ค่าไฟ/ตัด (ตัดช้ากว่า 30%) | 0.52 บาท | 0.40 บาท |
| ค่าแรง/ตัด (ผลผลิตลดลง) | 15.17 บาท | 11.67 บาท |
| ต้นทุนรวม/ตัด | 21.02 บาท | 15.20 บาท |
| ประหยัดได้ต่อชิ้น | – | 5.82 บาท |
| ประหยัดต่อปี (72,000 ชิ้น) | – | 419,040 บาท |
วิธีลดต้นทุนต่อตัดในโรงงาน
1. เพิ่มจำนวนชิ้นงานต่อใบเลื่อย
เลือกใบเลื่อยคุณภาพสูงที่เหมาะกับวัสดุ ตั้งค่าความเร็วและแรงป้อนให้ถูกต้อง ใช้น้ำหล่อเย็นอย่างเพียงพอ สิ่งเหล่านี้ช่วยยืดอายุใบเลื่อยได้มาก
2. เพิ่มผลผลิตต่อชั่วโมง
ลดเวลาเตรียมงาน ลดเวลา Setup ใช้ Stop Block แม่นยำเพื่อลดเวลาวัด พิจารณาอัปเกรดเป็น Semi-Auto เพื่อเพิ่มจำนวนชิ้นต่อชั่วโมง
3. ลดค่าไฟ
ปิดเครื่องเมื่อไม่ใช้งาน ไม่เดินเครื่องเปล่านาน ตรวจสอบว่า Belt Drive ตึงพอเพื่อลด Slip ที่สูญเปล่า
4. ลดค่าซ่อมบำรุง
ทำ PM สม่ำเสมอเพื่อป้องกันการพังแบบฉุกเฉิน ซึ่งแพงกว่า PM มาก
เครื่องมือช่วยคำนวณต้นทุนต่อตัด
CNE Service มีแบบฟอร์มคำนวณต้นทุนต่อตัดสำหรับลูกค้า เพียงกรอกข้อมูลพื้นฐานของโรงงาน ระบบจะคำนวณและแสดงต้นทุนต่อตัดให้อัตโนมัติ ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
📊 ต้องการคำนวณต้นทุนต่อตัดของโรงงานคุณ?
ให้ทีม CNE Service ช่วยวิเคราะห์ต้นทุนต่อตัดและแนะนำวิธีลดต้นทุนการผลิต
📞 ปรึกษาฟรี

Pingback: Downtime โรงงานเพราะเครื่องเลื่อยพัง คิดเป็นเงินเท่าไหร่?