ตารางขนาดและน้ำหนักเหล็กฉาก และเหล็กรางน้ำ (C-Channel) ตาม JIS G3192 / มอก. 1227

ตารางขนาดและน้ำหนักเหล็กฉาก และ เหล็กรางน้ำ เป็นข้อมูลที่ช่าง ผู้รับเหมา และฝ่ายจัดซื้อต้องเปิดดูบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะประเมินน้ำหนักโครงสร้าง คำนวณค่าขนส่ง หรือวางแผนการตัด บทความนี้รวบรวมขนาดมาตรฐานที่ใช้บ่อยของเหล็กฉากขาเท่ากัน (Equal Angle) และเหล็กรางน้ำ (C-Channel) ตามมาตรฐาน JIS G3192 และ มอก. 1227 พร้อมวิธีอ่านชื่อขนาดอย่าง L50x50x5 หรือ C100x50x5x7.5 การใช้งาน และเทคนิคตัดเหล็กฉากและรางน้ำด้วยเครื่องเลื่อยสายพานให้เรียบร้อย

เหล็กฉากและเหล็กรางน้ำคืออะไร

ทั้งสองชนิดเป็น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน (Hot-Rolled Structural Steel Sections) ผลิตโดยรีดเหล็กร้อนผ่านลูกรีดจนได้หน้าตัดตามแบบ มีมุมโค้งรับแรงที่ด้านใน (Fillet) ผิวมักมีสเกลออกไซด์สีเทาดำ

  • เหล็กฉาก (Angle) หน้าตัดเป็นรูปตัว L สองขาตั้งฉากกัน แบ่งเป็นแบบขาเท่ากัน (Equal Angle) และขาไม่เท่ากัน (Unequal Angle) บทความนี้เน้นแบบขาเท่ากันซึ่งใช้มากที่สุด
  • เหล็กรางน้ำ (Channel) หน้าตัดเป็นรูปตัว C หรือ U มีแผ่นตั้งตรงกลาง (Web) และปีกสองข้าง (Flange) ในไทยมักเรียกว่า “เหล็กรางน้ำ” หรือ “เหล็กตัวซีรีดร้อน”

ควรแยกให้ออกระหว่างเหล็กรางน้ำรีดร้อนกับ เหล็กตัวซีขึ้นรูปเย็น (Lip Channel) ที่พับจากแผ่นบางและมีขอบพับ (Lip) ที่ปลายปีก นิยมใช้ทำแปหลังคา เหล็กตัวซีชนิดนี้อยู่ในมาตรฐานคนละฉบับ น้ำหนักต่อเมตรก็ต่างกันมาก ตารางในบทความนี้เป็นของเหล็กรางน้ำรีดร้อนเท่านั้น

มาตรฐาน JIS G3192 และ มอก. 1227 คืออะไร

JIS G3192 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่กำหนดขนาด รูปร่าง น้ำหนัก และพิกัดความเผื่อของเหล็กรูปพรรณรีดร้อน เช่น เหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ เหล็ก H และเหล็ก I ส่วน มอก. 1227-2558 คือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของไทยสำหรับเหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน ซึ่งขนาดและน้ำหนักต่อเมตรของรายการที่ใช้บ่อยสอดคล้องกับระบบ JIS

มาตรฐานเหล่านี้กำหนด มิติและน้ำหนัก ส่วนเกรดวัสดุ เช่น SS400 หรือ SM490 กำหนดในมาตรฐานวัสดุอีกฉบับ ถ้าสนใจเรื่องเกรดเหล็กโครงสร้างที่ใช้ผลิตเหล็กรูปพรรณ อ่านต่อได้ที่ SS400 คืออะไร มาตรฐาน JIS G3101 และถ้าต้องการเทียบมาตรฐานเหล็กหลายระบบ ดู เปรียบเทียบมาตรฐานเหล็ก JIS DIN ASTM AISI

วิธีอ่านขนาดเหล็กฉาก L50x50x5

ชื่อขนาดเหล็กฉากขาเท่ากันเขียนในรูป L A x B x t หน่วยเป็นมิลลิเมตร

  • L = เหล็กฉาก (หน้าตัดรูปตัว L)
  • A = ความกว้างขาข้างที่หนึ่ง เช่น 50 มม.
  • B = ความกว้างขาข้างที่สอง ถ้าเท่ากับ A คือเหล็กฉากขาเท่ากัน
  • t = ความหนาของขา เช่น 5 มม.

ดังนั้น L50x50x5 คือเหล็กฉากขาเท่ากัน ขากว้างข้างละ 50 มม. หนา 5 มม. น้ำหนักตามมาตรฐาน 3.77 กก./ม. ร้านเหล็กบางแห่งเรียกเป็นนิ้ว เช่น “ฉาก 2 นิ้ว” ซึ่งใกล้เคียงกับ 50 มม. แต่ควรระบุความหนาเป็นมิลลิเมตรทุกครั้งเพื่อไม่ให้สั่งผิด

วิธีอ่านขนาดเหล็กรางน้ำ C100x50x5x7.5

เหล็กรางน้ำเขียนในรูป C H x B x t1 x t2 หน่วยมิลลิเมตร

  • H = ความสูงของหน้าตัด (ความลึกของ Web) เช่น 100 มม.
  • B = ความกว้างของปีก เช่น 50 มม.
  • t1 = ความหนาของแผ่นตั้ง (Web) เช่น 5 มม.
  • t2 = ความหนาของปีก (Flange) เช่น 7.5 มม.

C100x50x5x7.5 จึงหมายถึงเหล็กรางน้ำสูง 100 มม. ปีกกว้าง 50 มม. Web หนา 5 มม. ปีกหนา 7.5 มม. น้ำหนักตามมาตรฐาน 9.36 กก./ม. ในวงการมักเรียกสั้นๆ ว่า “รางน้ำ 4 นิ้ว” ข้อสังเกตคือปีกของเหล็กรางน้ำรีดร้อนมักมีความลาดเล็กน้อย ความหนา t2 ที่ระบุเป็นค่าตามตำแหน่งที่มาตรฐานกำหนด ไม่ใช่ความหนาตลอดปีก

ตารางน้ำหนักเหล็กฉากขาเท่ากัน (Equal Angle) ตาม JIS G3192 / มอก. 1227

น้ำหนักต่อเมตรเป็นค่าตามมาตรฐาน ส่วนน้ำหนักต่อเส้น 6 เมตรคำนวณจากน้ำหนักต่อเมตร × 6 (ความยาว 6 ม. เป็นความยาวที่ร้านเหล็กในไทยนิยมขาย บางขนาดมีความยาวอื่น เช่น 9 หรือ 12 ม.)

ขนาด A x B x t (มม.) น้ำหนัก (กก./ม.) น้ำหนักต่อเส้น 6 ม. (กก.)
L25x25x3 1.12 6.72
L30x30x3 1.36 8.16
L40x40x3 1.83 10.98
L40x40x5 2.95 17.70
L45x45x4 2.74 16.44
L50x50x4 3.06 18.36
L50x50x5 3.77 22.62
L50x50x6 4.43 26.58
L60x60x5 4.55 27.30
L65x65x6 5.91 35.46
L65x65x8 7.66 45.96
L75x75x6 6.85 41.10
L75x75x9 9.96 59.76
L90x90x7 9.59 57.54
L90x90x10 13.3 79.80
L100x100x7 10.7 64.20
L100x100x10 14.9 89.40
L120x120x8 14.7 88.20
L130x130x9 17.9 107.40
L150x150x12 27.3 163.80

ตารางน้ำหนักเหล็กรางน้ำ (C-Channel) ตาม JIS G3192 / มอก. 1227

ขนาด H x B x t1 x t2 (มม.) น้ำหนัก (กก./ม.) น้ำหนักต่อเส้น 6 ม. (กก.)
C50x25x5x6 3.86 23.16
C75x40x5x7 6.92 41.52
C100x50x5x7.5 9.36 56.16
C125x65x6x8 13.4 80.40
C150x75x6.5×10 18.6 111.60
C150x75x9x12.5 24.0 144.00
C180x75x7x10.5 21.4 128.40
C200x80x7.5×11 24.6 147.60
C200x90x8x13.5 30.3 181.80
C250x90x9x13 34.6 207.60
C250x90x11x14.5 40.2 241.20
C300x90x9x13 38.1 228.60
C300x90x10x15.5 43.8 262.80

หมายเหตุ: น้ำหนักในตารางเป็นน้ำหนักตามทฤษฎีที่มาตรฐานกำหนด น้ำหนักจริงอาจต่างไปตามพิกัดความเผื่อของการรีด และผู้ผลิตแต่ละรายอาจไม่ได้ผลิตครบทุกขนาด ควรตรวจสอบกับใบรับรองหรือแคตตาล็อกของผู้ผลิตก่อนใช้งานจริง

ทำไมคำนวณเองแล้วไม่ตรงกับตาราง

หลายคนลองคำนวณน้ำหนักเหล็กฉากด้วยสูตรง่ายๆ คือ พื้นที่หน้าตัด = (2A − t) × t แล้วคูณความหนาแน่นเหล็ก 7.85 กรัม/ลบ.ซม. เช่น L50x50x5 จะได้ประมาณ 3.73 กก./ม. ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐาน 3.77 กก./ม. เล็กน้อย ความต่างนี้มาจาก มุมโค้งด้านใน (Fillet) ที่มีเนื้อเหล็กเพิ่มขึ้น สูตรอย่างง่ายจึงใช้ประมาณการได้ แต่ถ้าต้องการตัวเลขสำหรับใบเสนอราคาหรือการออกแบบ ควรใช้ค่าจากตารางมาตรฐาน หลักการคำนวณน้ำหนักเหล็กรูปทรงอื่นๆ ทั้งเพลา แผ่น และท่อ อ่านได้ใน ตารางน้ำหนักเหล็กและสูตรคำนวณทุกรูปทรง

การใช้งานเหล็กฉากและเหล็กรางน้ำ

งานที่นิยมใช้เหล็กฉาก

  • โครงชั้นวางของ โครงโต๊ะ ขาตั้งเครื่องจักร
  • ค้ำยันและโครงถักขนาดเล็ก เช่น โครงหลังคา ป้าย หอถังน้ำ
  • เสริมมุมและขอบ เช่น ขอบบ่อ ขอบบันได กรอบประตูเหล็ก
  • แคลมป์ ฉากยึด และชิ้นส่วนประกอบในงานแปรรูปโลหะ

งานที่นิยมใช้เหล็กรางน้ำ

  • คานรอง ตงพื้น และโครงสร้างอาคารขนาดเล็กถึงกลาง
  • โครงแชสซีรถพ่วง โครงฐานเครื่องจักร
  • รางเลื่อน ขอบกันตก และโครงสร้างที่ต้องการด้านหลังเรียบสำหรับยึดติด
  • งานประกอบเป็นหน้าตัดกล่อง (เชื่อมรางน้ำสองตัวประกบกัน) เพื่อเพิ่มความแข็งแรง

ตัวอย่างการใช้งานจริง: ประมาณน้ำหนักและวางแผนตัด

ตัวอย่างที่ 1: โครงชั้นวางด้วย L50x50x5

ต้องการขาและคานชั้นวางจาก L50x50x5 ท่อนละ 1.2 ม. จำนวน 20 ท่อน น้ำหนักรวมของเหล็กที่ใช้ = 20 × 1.2 × 3.77 = 90.48 กก. ถ้าซื้อเหล็กเส้นยาว 6 ม. แล้วตัดด้วยเลื่อยสายพานที่มีรอยตัดประมาณ 1.5 มม. หนึ่งเส้นจะตัดท่อน 1.2 ม. ได้ 4 ท่อน ไม่ใช่ 5 ท่อน เพราะ 5 ท่อนต้องใช้ความยาว 6,000 มม. บวกรอยตัดอีก 4 รอย รวมเป็น 6,006 มม. ซึ่งเกินความยาวเส้น ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าต้องเผื่อรอยตัด (Kerf) และปลายเหล็กที่ไม่ได้ฉากทุกครั้ง

ตัวอย่างที่ 2: คานรองด้วย C100x50x5x7.5

ใช้เหล็กรางน้ำ C100x50x5x7.5 ยาวท่อนละ 2.5 ม. จำนวน 10 ท่อน น้ำหนักรวม = 10 × 2.5 × 9.36 = 234 กก. ตัวเลขนี้ช่วยประเมินการยกย้าย การเลือกรถขนส่ง และน้ำหนักบรรทุกบนโต๊ะลำเลียงของเครื่องเลื่อยสายพาน

การตัดเหล็กฉากและเหล็กรางน้ำด้วยเครื่องเลื่อยสายพาน

เหล็กรูปพรรณต่างจากเพลาตันตรงที่ผนังบาง และความยาวของเนื้อเหล็กที่ฟันเลื่อยสัมผัส (Contact Length) เปลี่ยนไปตลอดการตัด ถ้าจัดวางชิ้นงานหรือเลือกใบไม่เหมาะ จะเกิดเสียงหอน ใบสั่น ฟันบิ่น หรือตัดเบี้ยวได้ง่าย

การจัดวางเหล็กฉาก

  • วิธีที่นิยมคือวางแบบ “หลังเต่า” หรือคว่ำเป็นรูป Λ ให้มุมฉากชี้ขึ้น ขาทั้งสองวางลงบนโต๊ะ ใบเลื่อยจะเริ่มตัดที่มุมแล้วค่อยๆ ไล่ลงทั้งสองขา ความยาวการสัมผัสค่อนข้างสม่ำเสมอ ฟันไม่กระแทกขอบบางแบบเต็มหน้า
  • ปากกาต้องจับให้แน่น ถ้าจำเป็นใช้แผ่นรองหรือตัวประคองเพื่อไม่ให้ขาเหล็กบิดขณะหนีบ
  • เมื่อตัดเป็นมัด ควรเรียงให้ทิศเดียวกันและมัดให้แน่น ไม่ให้ชิ้นใดชิ้นหนึ่งขยับ ดูเทคนิคเพิ่มเติมที่ เทคนิคตัดเหล็กเป็นมัดด้วยเครื่องเลื่อยสายพาน

การจัดวางเหล็กรางน้ำ

  • หลักคิดคือจัดให้ใบเลื่อยสัมผัสเนื้อเหล็กอย่างสม่ำเสมอที่สุด และหลีกเลี่ยงการที่ฟันต้องเจอผนังบางยาวเต็มหน้าทันทีแบบกระแทก
  • หลายโรงงานวางรางน้ำ ตะแคงให้ Web ตั้งขึ้น ใบจะตัดผ่านปีกบนก่อน แล้วไล่ลงตามความหนา Web ซึ่งความยาวการสัมผัสเท่ากับความหนา Web ไปตลอดช่วงกลาง หรือบางงานวางหงายโดยให้ปีกชี้ขึ้น ขึ้นกับขนาดปากกาและความสามารถในการตัดของเครื่อง
  • ปีกที่ลาดเอียงทำให้หนีบได้ไม่เต็มหน้า ควรใช้แผ่นรองหรือบล็อกเสริมเพื่อกันชิ้นงานพลิก

การเลือก TPI สำหรับเหล็กฉากและรางน้ำ

การเลือก TPI ของเหล็กรูปพรรณให้ดูที่ ความหนาผนัง และ ความกว้างของหน้าตัด ไม่ใช่ดูแค่ขนาดภายนอก หลักทั่วไปคือควรมีฟันสัมผัสผนังพร้อมกันอย่างน้อยประมาณ 3 ซี่ ตัวอย่างแนวทางคร่าวๆ

  • เหล็กฉากหรือรางน้ำผนังบาง 3–5 มม. ตัดทีละชิ้น: มักใช้ฟันแปรผันละเอียดปานกลาง เช่น 6/10 หรือ 8/12 TPI
  • ผนังหนาประมาณ 6–10 มม. หรือหน้าตัดใหญ่ขึ้น: มักขยับไปที่ 5/8 หรือ 4/6 TPI
  • ตัดเป็นมัดหลายชิ้น: ความยาวการสัมผัสรวมยาวขึ้น อาจต้องใช้ฟันหยาบขึ้นหนึ่งระดับ

ค่าข้างต้นเป็นแนวทางเบื้องต้น ควรดูตารางแนะนำของผู้ผลิตใบเลื่อยประกอบ และสังเกตลักษณะเศษเหล็กเพื่อปรับแต่ง รายละเอียดการเลือกใบสำหรับท่อและรูปพรรณดูได้ที่ การเลือกใบเลื่อยสำหรับงานตันและงานท่อ และ วิธีเลือกเครื่องเลื่อยสายพานสำหรับตัดท่อและเหล็กรูปพรรณ

ความเร็วและการป้อน

เหล็กฉากและรางน้ำส่วนใหญ่ผลิตจากเหล็กโครงสร้างคาร์บอนต่ำอย่าง SS400 ซึ่งตัดได้ไม่ยาก ใช้ความเร็วใบช่วงเดียวกับเหล็กคาร์บอนทั่วไป ข้อควรระวังคือการป้อน ควรลดแรงกดช่วงเริ่มตัดและช่วงที่ใบผ่านจุดเปลี่ยนหน้าตัด เช่น จากปีกเข้าสู่ Web เพื่อไม่ให้ฟันรับแรงกระแทกเกิน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เหล็กฉาก L50x50x5 ยาว 6 เมตร หนักกี่กิโลกรัม?

น้ำหนักตามมาตรฐานคือ 3.77 กก./ม. เส้นยาว 6 ม. จึงหนักประมาณ 22.62 กก. น้ำหนักจริงอาจต่างไปเล็กน้อยตามพิกัดความเผื่อของการผลิต

เหล็กรางน้ำ 4 นิ้วหนักเมตรละเท่าไหร่?

ขนาดที่มักเรียกว่ารางน้ำ 4 นิ้วคือ C100x50x5x7.5 น้ำหนักตามมาตรฐาน 9.36 กก./ม. หรือประมาณ 56.16 กก. ต่อเส้น 6 ม. ควรยืนยันขนาดเป็นมิลลิเมตรกับร้านทุกครั้ง

เหล็กรางน้ำกับเหล็กตัวซีต่างกันอย่างไร?

เหล็กรางน้ำในบทความนี้เป็นแบบรีดร้อน ผนังหนา มีมุมโค้งด้านใน ส่วนเหล็กตัวซีที่ใช้ทำแปหลังคาเป็นแบบขึ้นรูปเย็นจากแผ่นบาง มีขอบพับที่ปลายปีก น้ำหนักเบากว่าและใช้มาตรฐานคนละฉบับ จึงใช้ตารางน้ำหนักแทนกันไม่ได้

ทำไมเหล็กฉากที่ซื้อมาชั่งแล้วเบากว่าตาราง?

อาจเกิดจากพิกัดความเผื่อของการรีด ความหนาจริงน้อยกว่าที่ระบุ หรือเป็นเหล็กที่ผลิตไม่ตรงมาตรฐาน ซึ่งในตลาดบางครั้งเรียกว่า “เหล็กเบา” ถ้างานเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก ควรเลือกเหล็กที่มีเครื่องหมาย มอก. และขอใบรับรองจากผู้ขาย

ตัดเหล็กฉากด้วยเลื่อยสายพานควรวางแบบไหน?

วิธีที่นิยมคือวางคว่ำเป็นรูป Λ ให้มุมชี้ขึ้น เพื่อให้ฟันสัมผัสเนื้อเหล็กอย่างสม่ำเสมอ ลดการกระแทกขอบบาง และจับด้วยปากกาให้แน่นทุกครั้ง

สรุป

การอ่านขนาดให้ถูก เช่น L50x50x5 หรือ C100x50x5x7.5 และใช้น้ำหนักตามตารางมาตรฐาน JIS G3192 / มอก. 1227 จะช่วยให้ประมาณน้ำหนัก ต้นทุน และการขนส่งได้แม่นยำขึ้น เมื่อถึงขั้นตอนการตัด การจัดวางชิ้นงานให้เหมาะ เลือก TPI ตามความหนาผนัง และควบคุมการป้อนให้ดี จะได้ผิวตัดที่เรียบร้อยและยืดอายุใบเลื่อยได้มาก

ถ้าโรงงานของคุณตัดเหล็กฉาก เหล็กรางน้ำ หรือเหล็กรูปพรรณเป็นประจำ และกำลังมองหา เครื่องเลื่อยสายพานตัดเหล็ก หรือ ใบเลื่อยสายพาน Eberle ที่เหมาะกับงาน ปรึกษาทีมงาน CNE Service ได้เลย เรายินดีช่วยแนะนำเครื่องและใบที่เหมาะกับขนาดชิ้นงานของคุณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *