หนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการใช้เครื่องเลื่อยสายพานคือการตั้งความเร็วตัดไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะตั้งเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป ล้วนส่งผลเสียต่อทั้งคุณภาพงานและอายุการใช้งานของใบเลื่อยทั้งสิ้น บทความนี้จะรวบรวมค่าความเร็วตัดที่แนะนำสำหรับวัสดุแต่ละประเภทไว้ให้ครบในที่เดียวครับ
ความเร็วตัด (m/min) คืออะไร?
ความเร็วตัด หรือ Cutting Speed คือความเร็วที่ใบเลื่อยสายพานเคลื่อนที่ผ่านชิ้นงาน มีหน่วยเป็นเมตรต่อนาที (m/min) ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของใบเลื่อย คุณภาพรอยตัด ความร้อนสะสมระหว่างตัด และความเร็วในการตัดงาน
ตารางความเร็วตัดแนะนำสำหรับวัสดุแต่ละประเภท
เหล็กกล้าทั่วไป (Carbon Steel)
เหล็กกล้าทั่วไป เช่น SS400, S45C ความเร็วตัดที่แนะนำอยู่ที่ 40–60 m/min โดยถ้าชิ้นงานมีหน้าตัดใหญ่หรือหนามากควรลดลงมาอยู่ที่ 40 m/min เพื่อลดความร้อนสะสม
เหล็กสแตนเลส (Stainless Steel)
สแตนเลส เช่น SUS304, SUS316 เป็นวัสดุที่มีความแข็งและเหนียวสูง ต้องใช้ความเร็วตัดที่ต่ำกว่าเหล็กทั่วไป แนะนำที่ 20–40 m/min พร้อมใช้น้ำหล่อเย็นตลอดเวลา มิฉะนั้นใบเลื่อยจะร้อนและหมดอายุเร็วมาก
เหล็กเครื่องมือ (Tool Steel)
เหล็กเครื่องมือ เช่น SKD11, SKD61, D2 มีความแข็งสูงมาก ต้องใช้ความเร็วต่ำมากที่ 15–25 m/min และต้องใช้ใบเลื่อย Bi-Metal คุณภาพสูง เช่น Eberle MX55 หรือ VTX เท่านั้น
อลูมิเนียม (Aluminium)
อลูมิเนียมเป็นวัสดุที่อ่อนตัวและระบายความร้อนได้ดี สามารถตัดด้วยความเร็วสูงได้มากกว่าเหล็ก แนะนำที่ 200–600 m/min ขึ้นอยู่กับเกรดอลูมิเนียมและขนาดชิ้นงาน โดยอลูมิเนียม Alloy เช่น 6061, 7075 ควรอยู่ที่ 300–500 m/min
ทองเหลืองและทองแดง (Brass / Copper)
ทองเหลืองและทองแดงตัดได้ง่าย ความเร็วตัดแนะนำอยู่ที่ 60–120 m/min ควรเลือก TPI สูงขึ้นเล็กน้อย (6–10 TPI) เพื่อให้รอยตัดเรียบ
สรุปตาราง: ความเร็วตัดตามวัสดุ
| วัสดุ | ความเร็วตัด (m/min) | TPI แนะนำ | น้ำหล่อเย็น |
|---|---|---|---|
| เหล็กกล้าทั่วไป (Carbon Steel) | 40–60 | 4–6 | แนะนำ |
| เหล็กสแตนเลส (SUS304/316) | 20–40 | 4–6 | จำเป็น |
| เหล็กเครื่องมือ (SKD/D2) | 15–25 | 3–4 | จำเป็น |
| อลูมิเนียม | 200–600 | 6–10 | แนะนำ |
| ทองเหลือง/ทองแดง | 60–120 | 6–10 | ไม่จำเป็น |
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
นอกจากชนิดวัสดุแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการตั้งความเร็วตัดอีก ได้แก่ ขนาดชิ้นงาน (ชิ้นงานใหญ่ หน้าตัดกว้าง → ลดความเร็วลง 10–20%), ความแข็ง HRC (วัสดุแข็งกว่า → ต้องลดความเร็วลง), การตัดแบบ Bundle (→ ลดความเร็วลง 15–25%), และแรงป้อน Feed Rate ที่ต้องปรับควบคู่กับความเร็วเสมอ
สัญญาณว่าตั้งความเร็วผิด
ความเร็วสูงเกินไป: ใบเลื่อยร้อนผิดปกติ, ฟันสึกหรอเร็ว, รอยตัดหยาบ, มีประกายไฟขณะตัด
ความเร็วต่ำเกินไป: ตัดช้าเสียเวลา, ใบเลื่อยสึกเพราะแรงเสียดทานสูง, วัสดุแข็งอาจทำให้ฟันหักได้
คำแนะนำจาก CNE Service
สำหรับการตัดงานที่หลากหลาย แนะนำให้เริ่มจากค่ากลางของช่วงที่แนะนำ แล้วสังเกตผลลัพธ์ก่อนปรับค่าเพิ่มหรือลด ใบเลื่อย Eberle มีสเปคแนะนำความเร็วตัดระบุไว้ในคู่มือทุกรุ่น หากต้องการคำแนะนำเฉพาะงาน สามารถติดต่อทีม CNE Service ได้โดยตรงครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
- วิธีเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน
- เครื่องเลื่อยสายพานตัดสแตนเลส ต้องใช้ใบและตั้งค่าอย่างไร?
- ใบเลื่อยสายพานตัดอลูมิเนียม เลือกรุ่นไหน
- น้ำหล่อเย็นเครื่องเลื่อยสายพาน ผสมอัตราส่วนเท่าไหร่?


Pingback: น้ำหล่อเย็นเครื่องเลื่อยสายพาน ผสมอัตราส่วนเท่าไหร่ถึงจะเหมาะ?