วิธีเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน
ให้ถูกต้องตามวัสดุ
TPI (Teeth Per Inch) คือจำนวนฟันต่อนิ้วของใบเลื่อยสายพาน ค่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเร็วตัด คุณภาพผิว และอายุใบเลื่อย การเลือก TPI ผิดอาจทำให้ใบขาดเร็ว งานหยาบ หรือตัดช้ากว่าที่ควร
TPI คืออะไร เข้าใจง่ายๆ
TPI ย่อมาจาก Teeth Per Inch หมายถึงจำนวนฟันในระยะ 1 นิ้ว ยิ่ง TPI สูง ฟันยิ่งถี่ ยิ่งตัดได้ละเอียดแต่ตัดช้า ยิ่ง TPI ต่ำ ฟันยิ่งห่าง ยิ่งตัดเร็วแต่หยาบกว่า สำหรับโลหะ กฎหลักคือ ควรให้มีฟันสัมผัสกับชิ้นงานอย่างน้อย 3-5 ฟันเสมอ
💡 หลักการเลือก TPI
วัสดุบาง = TPI สูง (ฟันถี่) | วัสดุหนา = TPI ต่ำ (ฟันห่าง) | ยิ่งแข็ง = ยิ่งต้อง TPI สูงขึ้น
ตาราง TPI แนะนำตามวัสดุ
| วัสดุ | ขนาด (mm) | TPI แนะนำ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| เหล็กโครงสร้าง | ต่ำกว่า 25mm | 10-14 | สมดุลความเร็วและผิว |
| เหล็กโครงสร้าง | 25-75mm | 6-10 | ตัดเร็ว ผิวพอใช้ |
| เหล็กโครงสร้าง | มากกว่า 75mm | 3-6 | ฟันห่าง ตัดหนา |
| สแตนเลส | ต่ำกว่า 25mm | 14-18 | ฟันถี่ กันฟันหัก |
| สแตนเลส | 25-50mm | 10-14 | สมดุลดี |
| อลูมิเนียม | ทุกขนาด | 4-8 | ฟันห่าง กันเศษติด |
| ท่อโลหะ | ผนังบาง | 14-24 | ฟันถี่มาก กันฟันหัก |
ทำไม TPI ผิดถึงทำให้ใบขาด?
เมื่อใช้ TPI ต่ำกับวัสดุบาง เช่น ท่อผนังบาง จะมีฟันเพียง 1-2 ฟันสัมผัสชิ้นงาน แรงทั้งหมดรวมอยู่ที่ฟันเพียงไม่กี่ซี่ทำให้ฟันหักง่าย ในทางกลับกัน TPI สูงกับวัสดุหนาจะทำให้ช่องฟันเล็กเกินไป เศษโลหะอัดแน่นจนใบตัดไม่ได้และสึกเร็ว
คำถามที่พบบ่อย
ไม่แน่ใจว่าใช้ TPI เท่าไหร่? ถามเราได้เลย
ทีม CNE Service พร้อมแนะนำใบเลื่อยที่เหมาะกับงานของคุณ
ปรึกษาฟรี มีสต็อกพร้อมส่ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
- วิธีเลือกใบเลื่อยสายพานให้เหมาะกับวัสดุ
- ใบเลื่อยสายพาน Bi-Metal ดีกว่า Carbon Steel อย่างไร?
- ใบเลื่อยสายพานตัดอลูมิเนียม เลือกรุ่นไหน
- ความเร็วตัด m/min เครื่องเลื่อยสายพาน


Pingback: เครื่องเลื่อยสายพานตัดสแตนเลส ต้องใช้ใบและตั้งค่าอย่างไร?
Pingback: ใบเลื่อยสายพาน Bi-Metal คืออะไร? ทำไมดีกว่าใบเลื่อยทั่วไป