วิธีดูแลรักษาเครื่องเลื่อยสายพาน
ให้ใช้งานได้นานกว่า 10 ปี
คู่มือปฏิบัติจริงจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อลดค่าซ่อมและยืดอายุเครื่อง
คู่มือปฏิบัติจริงจากผู้เชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งการดูแลรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน เพื่อลดค่าซ่อมและยืดอายุเครื่อง
หลังใช้งาน ให้กวาดหรือใช้ลมเป่าขี้เลื่อยออกจากรางและล้อ ขี้เลื่อยสะสมทำให้ล้อสึกเร็วและใบเลื่อยเสียดสีผิดปกติ
เติมน้ำหล่อเย็นให้ได้ระดับก่อนเริ่มงานทุกครั้ง น้ำหล่อเย็นไม่พอทำให้ใบเลื่อยร้อนเกินและอายุสั้นลงอย่างรวดเร็ว
กดใบเลื่อยเบาๆ ด้วยนิ้ว ควรแอ่นได้ไม่เกิน 3–5mm หากตึงหรือหย่อนเกินให้ปรับก่อนใช้งาน
ลูกปืนประคองใบเลื่อยต้องสัมผัสใบเลื่อยพอดี ไม่แน่นหรือหลวมเกินไป เป็นจุดที่ละเลยบ่อยที่สุดและส่งผลโดยตรงต่อรอยตัด
ได้แก่ แกนล้อบนและล้อล่าง ระบบ Hydraulic (ถ้ามี) และ Vise Screw ทำทุก 40 ชั่วโมงการใช้งาน หรืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
ยางที่สึกหรือแตกทำให้ใบเลื่อยเดินออกจากล้อ ตรวจด้วยตาเปล่าว่ายังมีร่องรับใบเลื่อยชัดเจนหรือไม่
ล้างถังน้ำหล่อเย็น กรองเศษโลหะออก และตรวจสอบสายท่อว่าไม่อุดตัน น้ำหล่อเย็นเก่าที่มีเศษโลหะสะสมจะทำให้ใบเลื่อยสึกเร็วขึ้น
กดสายพานดูความตึง ตรวจรอยแตกหรือสึกหรอ สายพานหลวมทำให้กำลังถ่ายโอนไม่เต็มประสิทธิภาพและมอเตอร์รับภาระมากเกิน
เคล็ดลับ CNE: ทำ Logbook บันทึกการบำรุงรักษาไว้ทุกครั้ง นอกจากจะช่วยให้ทีมช่างทำตามได้สม่ำเสมอ ยังเป็นหลักฐานสำคัญเวลาส่งซ่อมหรือเคลมประกัน
ล้อที่ไม่ตรงแนวกันทำให้ใบเลื่อยเดินออกด้านข้าง เพิ่มการสึกหรอฝั่งเดียว ควรใช้เครื่องมือวัดแนว หรือสังเกตจากรอยสึกบนยางล้อ
ล้างคราบน้ำมันเก่าและเศษโลหะออก แล้วหล่อลื่นใหม่ ไฮดรอลิกที่ตกค้างเศษโลหะทำให้ระบบรั่วและปรับแรงกดไม่ได้แม่นยำ
ตรวจสภาพสายไฟ terminal และสายดิน สายที่ชำรุดในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำหล่อเย็นอาจเป็นอันตรายและทำให้เครื่องขัดข้องได้
โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ชื้นหรือมีสารเคมี ใช้ WD-40 หรือสเปรย์กันสนิมทาที่รางเลื่อน ตัว Vise และส่วนเหล็กที่ไม่ได้เคลื่อนไหวบ่อย
ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ CNE Service พร้อมให้บริการซ่อมและตรวจเช็คเครื่องเลื่อยสายพาน ทุกยี่ห้อ ทั่วประเทศ
ดูบริการซ่อมเครื่องเลื่อย โทรปรึกษาฟรี: 062-789-4964
Pingback: 7 สัญญาณที่เครื่องเลื่อยสายพานต้องซ่อม อย่ามองข้าม!