TPI ใบเลื่อยสายพาน (Teeth Per Inch) คือจำนวนฟันต่อนิ้วของใบเลื่อย เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเลือกใบเลื่อยให้ตัดได้เร็ว เรียบ และยืดอายุใบ บทความนี้อธิบายหลักการเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน พร้อมตารางแนะนำตามความหนาชิ้นงาน
TPI ใบเลื่อยสายพานคืออะไร?
TPI ย่อมาจาก Teeth Per Inch หมายถึงจำนวนฟันใบเลื่อยในความยาว 1 นิ้ว ยิ่งค่า TPI ใบเลื่อยสายพานสูง ฟันยิ่งถี่และเล็ก เหมาะกับงานบางและต้องการผิวเรียบ ยิ่งค่า TPI ต่ำ ฟันยิ่งห่างและใหญ่ เหมาะกับงานหนาและตัดเร็ว การเลือก TPI ที่ถูกต้องจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการตัดที่มีประสิทธิภาพ
หลักการสำคัญ: ฟันต้องสัมผัสชิ้นงาน 3 ซี่ขึ้นไป
กฎทองในการเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน คือ ต้องมีฟันสัมผัสหน้าตัดชิ้นงานอย่างน้อย 3 ซี่เสมอ หากฟันน้อยกว่านี้ ฟันจะเกี่ยวขอบชิ้นงานและบิ่นหรือหักได้ง่าย ในขณะเดียวกันก็ไม่ควรถี่เกินไปจนเศษอุดร่องฟัน การยึดกฎ 3 ฟันสัมผัสช่วยป้องกันปัญหาฟันบิ่นได้มาก
ตารางแนะนำ TPI ตามความหนาชิ้นงาน
ตารางนี้ช่วยเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน ให้เหมาะกับความหนาหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของชิ้นงาน
| ความหนา/เส้นผ่านศูนย์กลาง | TPI แนะนำ |
|---|---|
| น้อยกว่า 6 มม. | 10–14 TPI |
| 6–25 มม. | 8–10 TPI |
| 25–50 มม. | 6–8 TPI |
| 50–100 มม. | 4–6 TPI |
| 100–250 มม. | 3–4 TPI |
| มากกว่า 250 มม. | 2–3 TPI |
Variable Pitch (ฟันแบบผสม)
ใบเลื่อยสมัยใหม่มักใช้ระยะฟันแบบผสม เช่น 4/6 หรือ 5/8 TPI เพื่อลดการสั่นสะเทือนและเสียงดัง ระยะฟันที่ไม่สม่ำเสมอช่วยกระจายความถี่การสั่น ทำให้ตัดได้เรียบและเงียบกว่าฟันระยะคงที่ การเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน แบบ Variable Pitch จึงเป็นที่นิยมในงานทั่วไป
TPI สำหรับงานตัดท่อและโปรไฟล์
การตัดท่อหรือเหล็กกลวงต้องใช้ TPI ใบเลื่อยสายพาน สูงกว่าเหล็กตัน เพราะผนังบาง ต้องมีฟันสัมผัสหลายซี่ตลอดเวลา แนะนำ 8–14 TPI สำหรับท่อผนังบาง โดยให้คำนวณจากความหนาผนัง ไม่ใช่เส้นผ่านศูนย์กลางรวม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: TPI ใบเลื่อยสายพานยิ่งเยอะยิ่งดีไหม?
ไม่เสมอไป TPI สูงเหมาะกับงานบาง แต่งานหนาต้องใช้ TPI ต่ำเพื่อระบายเศษ การเลือกต้องตามความหนาชิ้นงาน
Q: ตัดท่อบางควรใช้ TPI เท่าไหร่?
แนะนำ 10–14 TPI เพื่อให้มีฟันสัมผัสผนังท่อหลายซี่ ป้องกันฟันบิ่น
Q: Variable Pitch คืออะไร?
คือใบที่มีระยะฟันผสม เช่น 4/6 TPI ช่วยลดการสั่นและเสียง เหมาะกับงานหลากหลาย
สรุป
การเลือก TPI ใบเลื่อยสายพาน ที่ถูกต้องตามความหนาชิ้นงาน โดยยึดกฎฟันสัมผัส 3 ซี่ขึ้นไป จะช่วยให้ตัดได้เร็ว ผิวเรียบ และยืดอายุใบเลื่อย งานหนาใช้ TPI ต่ำ งานบางและท่อใช้ TPI สูง และเลือก Variable Pitch เพื่อลดการสั่น
บทความที่เกี่ยวข้อง
- เลือกใบเลื่อยสายพานตามขนาดชิ้นงาน ตัน vs ท่อ
- มุมฟันใบเลื่อยสายพาน Rake Angle และ Set
- การสั่นสะเทือนขณะตัด สาเหตุและวิธีแก้
- ใบเลื่อยสายพาน Bi-Metal M42 vs M51
ไม่แน่ใจว่าควรใช้ใบเลื่อยกี่ TPI? CNE Service ช่วยได้
CNE Service ผู้นำด้านเครื่องเลื่อยสายพานและใบเลื่อย Eberle ราคาโรงงาน เราพร้อมแนะนำ TPI ที่เหมาะกับชิ้นงานของคุณ พร้อมใบเลื่อยทุกระยะฟัน ปรึกษาฟรี →

Pingback: ความเร็วตัด เครื่องเลื่อยสายพาน ตั้งเท่าไหร่ดี? | CNE Service
Pingback: มุมฟันใบเลื่อยสายพาน Rake Angle และ Set | CNE Service
Pingback: เลือกใบเลื่อยสายพานตามชิ้นงาน ตัน vs ท่อ | CNE Service
Pingback: วิธีอ่านสเปกใบเลื่อยสายพาน เข้าใจง่าย | CNE Service